5 เคล็ดลับกับจิตวิทยาการ “ลงทุน” สิ่งที่ควรทำ/4 สิ่งที่ควรคิดในโลกการลงทุน

5 เคล็ดลับกับจิตวิทยาการ “ลงทุน” สิ่งที่ควรทำ/4 สิ่งที่ควรคิดในโลกการลงทุน เกมการเงินการลงทุนในระยะยาวเป็นเรื่องที่ง่ายในวิธีคิด แต่ยากในวิธีการทำ จึงเป็นสาเหตุให้ผู้ที่เข้ามาลงทุนในตลาดการเงิน การลงทุน น้อยคนที่จะประสบความสำเร็จในระดับสูง ส่วนใหญ่จะพอทำกำไรได้บ้าง เสมอตัวบ้าง ขาดทุน และมีบางส่วนที่ชอบเล่นท่ายากที่จะขาดทุนมหาศาลจนต้องออกจากตลาดไป ในบทความของเราจึงอยากจะนำเสนอในมุมของจิตวิทยาการลงทุน ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนหรือนักเก็งกำไรแนวไหน จะสภาวะตลาดขาขึ้น ขาลงหรือแกว่งในกรอบก็ตาม เพราะนี่คือ Mind Set หรือทัศนคติที่ดีในระยะยาว

เริ่มต้นด้วย 5 สิ่งง่าย ๆ ที่เราควรจะต้องให้ความสำคัญในตลอดการลงทุน แม้จะมีประสบการณ์มากเท่าใด ก็ยังต้องทำ รวมทั้งตระหนักถึง 5 ข้อนี้อยู่เสมอ ซึ่งนี่ไม่ใช่สิ่งที่เรามโนขึ้นเองเพียงคนเดียวแต่เป็นสิ่งที่นักลงทุนหลายท่านใช้กัน ถือเป็นยันต์กันภัยตลอดการเดินทางในโลกการลงทุนแล้วกัน (อ้างอิงจากหนังสือ Think & Trade Like a Champion : คิดและเทรดอย่างแชมป์เปี้ยน ของคุณ มาร์ค มิเนอร์วินี)

เดินหน้าพร้อมแผนการอยู่เสมอ สินทรัพย์แต่ละชนิดมีความผันผวน ความเสี่ยง รวมทั้งปัจจัยที่ต่างกัน การวางแผนล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่ต้องแยกให้ออกระหว่างการวางแผนล่วงหน้ากับการฟันธงหรือคาดเดาอนาคตนะครับ การคาดเดาอนาคตในการลงทุนเช่น ราคาจะต้องไปถึงเท่านั้น ในอีก 3 วันข้างหน้า และน่าจะถึงในเวลา 17.03 น. ฉะนั้นเราจะซื้อตอนนี้เพื่อไปขายตอน 17.03 น. อาการแบบนี้ทำไม่ได้แน่นอน (แต่มีคนพยายามทำนายอนาคตอยู่เสมอ) การวางแผนในความหมายนี้คือ การคำนึงถึงความเป็นไปได้ของแต่ละสถานการณ์ และคิดล่วงหน้าว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์นั้น เราจะทำอย่างไร ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้จะทำอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น

เราจะเข้าซื้อ Bitcoin ที่ราคา 1 ล้านบาท แผนการที่วางได้คร่าว ๆ คือ ถ้าราคาลงเหลือ 950,000 จะทำอย่างไร ขายออก ถือไว้ ซื้อเพิ่ม หรือถ้าราคาขึ้นไป 1 ล้าน 1 แสนบาทจะทำอย่างไร ขายออก ถือไว้ ซื้อเพิ่ม ถ้าเราเลือกขายออก และราคาไปต่อเราจะทำอย่างไร ซื้อตามทั้งหมด ซื้อตามบางส่วน หรือปล่อยไป ซึ่งการเดินหน้าพร้อมแผนการแบบนี้คือสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ครับ

คิดถึงความเสี่ยงก่อนเข้าซื้อขายทุกครั้ง ช่วงเวลาที่จะเคาะซื้อ เคาะขายในทุกครั้งโดยเฉพาะนักลงทุนมือใหม่ มักจะมีความตื่นเต้นมาก ๆ อยู่เสมอ คิดแล้วคิดอีก ย้ำคิดย้ำทำ ออเดอร์จับคู่แล้วก็นั่งลุ้นไม่กล้าไปไหน แม้ในใจจะคิดว่าลงทุนระยะยาว 3-5 ปีขึ้น (แต่เปิดพอร์ตดูวันละ 3 เวลาหลังอาหาร) ที่สำคัญคือ คนส่วนใหญ่จะคิดในด้านดีก่อนเสมอ คือคิดว่าซื้อไปแล้วจะได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ คิดเป็นเงินกี่บาท เอาไปซื้ออะไรดี ซึ่งตรงข้ามกับนักลงทุนมืออาชีพที่จะคำนึงถึงความเสี่ยงก่อนเสมอ ว่าถ้าผิดทางจะเป็นอย่างไร เสียหายเท่าไหร่ รับได้หรือไม่
อย่าเสี่ยงเกินกว่ากำไรที่คาดหวัง ในการทำธุรกิจมีปัจจัยที่ต้องคำนึงหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือ ถ้ากำไรจะได้เท่าไหร่ กิจการจะโตประมาณไหน อีกมุมคือถ้าเสียหายจะโดนกี่บาท ถ้าเกิดมีนักธุรกิจคนหนึ่งบอกคุณว่าธุรกิจที่เขาทำอยู่ ได้กำไรจะลิมิตสูงสุดที่ 5 แสนบาท แต่ถ้าขาดทุนจะเสียหายครั้งละ 1 ล้าน โอกาสประสบความสำเร็จ 50:50 คุณคงมองว่านักธุรกิจท่านนั้นจะต้องเพี้ยนแน่ ๆ แต่เชื่อหรือไม่ว่าในตลาดการลงทุน การเก็งกำไร มีคนคิดแบบนี้หลายคนทีเดียว เวลากำไรมักจะรีบขายออกเพราะกลัวขาดทุน 10-20% ก็พอแล้ว แต่ถ้าเรื่องขาดทุน เท่าไหร่เท่ากัน ยอมได้เสมอลบ 50 % 80% หมดตัวก็เอา ขอสู้เพื่อกำไร “นิดหน่อย” ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

รู้ “ข้อเท็จจริง” ในการซื้อขายของตัวเอง รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง สุภาษิตง่าย ๆ ที่นำมาปรับใช้ในการลงทุนได้ดี แต่นักลงทุนส่วนใหญ่มักที่จะไปโฟกัสกับการศึกษาทำความเข้าใจเขา มากกว่าที่จะเข้าใจเรา เรารับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน เวลาถือสินทรัพย์เยอะ สภาพจิตใจเราเป็นอย่างไร เราชอบขายทำกำไรระหว่างทาง หรือสบายใจกับการถือกำไรจนสุดแนวโน้ม แต่หากเราเข้ามาลงทุนไม่นานนัก การพยายามลองผิดลองถูกหลาย ๆ แบบด้วยเงินเพียงเล็กน้อยจะทำให้เรารู้จักตัวเรา รู้จักพฤติกรรมของเรามากยิ่งขึ้น

ทบต้นกำไร ไม่ใช่ทบความผิดพลาด การลงทุนให้พอร์ตเราเติบโตอาจมาจาก 2 รูปแบบ แบบแรกคือถูกบ่อย และควบคุมความเสี่ยงไม่ให้มากกว่าผลตอบแทนในทุกครั้ง อย่างที่สองคือผิดถูกพอ ๆ กัน แต่ครั้งที่ถูกได้กำไรมากกว่าหลายเท่า แล้วทำซ้ำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เงินต่อเงินจนพอร์ตเริ่มโต ในขณะเดียวกันการพยายามควบคุมความผิดพลาดจากตัวเราเองไม่ให้เกิดขึ้นบ่อยเกินไป เช่น การวิเคราะห์แบบไม่รอบคอบ ความใจร้อน อารมณ์เวลาตลาดไม่เป็นใจ หรือสติหลุดเวลาเกิดความเสียหาย มันจะยิ่งทำให้เราเสียหายมากขึ้นกว่าเดิม

4 สิ่งที่ควรคิดในการลงทุน
ขอปิดท้ายด้วย 4 วิธีคิดง่าย ๆ ที่เหมาะสมต่อการลงทุน เพื่อสร้างความเติบโตในระยะยาว โดยเราจะอ้างอิงตามชื่อหนังสือเพราะความหมายของประโยคที่ดี อีกทั้งเนื้อหาในหนังสือก็เป็นประโยชน์มาก ๆ อีกด้วย

คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก
ถ้าเป้าหมายเราใหญ่ เช่นตั้งไว้ที่ดวงจันทร์ ต่อให้ไปไม่ถึงอย่างน้อยก็คงอยู่แถว ๆ ดวงดาว การลงทุน และผลตอบแทนทบต้น คือสิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก เมื่อรวมกับระยะเวลากับความรู้เรื่องการลงทุน เราจะไปถึงเป้าหมายทางการเงินได้ไม่ยาก ฉะนั้นฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง โลกการลงทุนให้เราได้มากมาย อยู่ที่เราฝันใหญ่ และเอาจริงกับมันมากแค่ไหน

ลงทุน
ชนะอย่างเต่า
หนังสือที่เขียนโดยเซียนหุ้นเบอร์หนึ่งของประเทศไทย ภายในจะมีบทความเกี่ยวกับการลงทุนมากมาย แต่สิ่งที่เราชอบคือเรื่องหนังสือสั้น ๆ ที่สื่อถึงความหมายลึกซึ้ง คือ “ชนะอย่างเต่า” คล้ายกับนิทานกระต่ายกับเต่า กระต่ายที่วิ่งเร็วมาก จึงประมาทเวลาที่แข่งกับเต่าเพราะเต่าวิ่งช้า แต่ข้อดีคือวิ่งเรื่อย ๆ วิ่งไม่หยุด สิ่งที่ต้องการสื่อคือในเรื่องการลงทุน ความสม่ำเสมอ และความต่อเนื่องสำคัญกว่าความหวือหวา

ลงทุน
สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยนิสัย 1 %
หนังสือเล่มนี้รวมถึงชื่อเรื่องน่าสนใจมาก เพราะในการลงทุนหากเราทุ่มเทเพื่ออะไรสักอย่าง เราจะต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัย เพราะมันทำให้เรารู้ว่าเรามาถูกทางแล้ว เราเติบโตขึ้นแล้ว ทุกสิ่งในโลกไม่ได้สวยงามขนาดนั้น บางสิ่งกว่าที่มันจะผลิดอกออกผลต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นการโฟกัสสิ่งที่เราทำให้ถูกต้องก่อน ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองทีละนิด ทีละก้าว วันหนึ่งเราจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นแน่นอนครับ

ได้ทุกสิ่งด้วยสิ่งเดียว
ทักษะที่มากกว่า ความเชี่ยวชาญที่สูงกว่าจะทำให้เราไปได้ไกลกว่าในเรื่องนั้น ๆ หนังสือเล่มนี้ รวมถึงชื่อของเล่มนี้สื่อตรงตัวแต่มีความหมายที่สุด The One Thing คือพลังของการโฟกัส การศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเต็มที่ ใส่ใจ ให้เวลา ถ้าคนอื่นทำ 5 ชั่วโมง เราจะทำ 10 ชั่วโมง แล้วสิ่งนั้นอาจจะกลายมาเป็นสิ่งเดียวที่เราถนัดมากที่สุด

Categories: News